“พิการหรือไม่พิการอยู่ที่ใคร”

“พิการหรือไม่พิการอยู่ที่ใคร”

                นับตั้งแต่ข้าพเจ้าได้มาทำงานที่โรงพยาบาลชาติตระการ รวมระยะเวลาแล้วประมาณ 7 เดือน ข้าพเจ้าได้รักษาผู้ป่วยประเภทต่างๆมากพอสมควร เรื่อง  “พิการหรือไม่พิการอยู่ที่ใคร” นั้น เป็นเรื่องของผู้ป่วยคนหนึ่งที่มีภาวะเส้นเลือดในสมองแตก  ทำให้แขนขาและลำตัวซีกขวาอ่อนแรง ร่วมกับมีอาการซึม มึนงง พูดไม่ชัด ถูกส่งตัวกลับมาจากโรงพยาบาลพุทธชินราช ส่งปรึกษานักกายภาพบำบัดจากตึกผู้ป่วยในเมื่อวันที่  9   พฤศจิกายน  2555  เพื่อรับการรักษาฟื้นฟูสมรรถภาพ  หลังจากข้าพเจ้าได้รับใบส่งปรึกษานักกายภาพบำบัด  ในช่วงบ่ายของวันเดียวกันนั้น ข้าพเจ้าได้ขึ้นไปทำการรักษาฟื้นฟูผู้ป่วยตามหลักวิชาชีพกายภาพบำบัด หลังจากการรักษาฟื้นฟูผู้ป่วยสามารถทำตามคำสั่งได้บ้าง นั่งทรงตัวได้โดยมีคนพยุง 1 คน นั่งรถเข็นนั่งได้  ข้าพเจ้าได้สังเกตเห็นว่าภรรยาและลูกสาวของผู้ป่วยรู้สึกเป็นกังวลกับอาการของผู้ป่วยมาก ไม่รู้จะทำอย่างไร ไม่รู้จะช่วยผู้ป่วยอย่างไร โดยเฉพาะภรรยาที่ต้องรับภาระทางบ้านมากขึ้นและยังต้องดูแลคนหนึ่งคนที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกเห็นใจและพยายามพูดคุยให้ความรู้เกี่ยวกับโรคที่ผู้ป่วยเป็น ให้กำลังใจพร้อมทั้งแนะนำวิธีการดูแลและรักษาฟื้นฟูผู้ป่วยต่อเนื่องที่บ้าน   ทั้งสองคนแม่ ลูก    ก็รับปากว่าจะทำตามคำแนะนำของข้าพเจ้าอย่างเต็มความสามารถ  ถ้ามันจะทำให้สามีและพ่อของเขากลับมาช่วยเหลือตัวเองได้ใกล้เคียงกับคนปกติมากที่สุดอีกครั้ง หลังจากนั้นอีกประมาณ 2 วัน ผู้ป่วยกลับไปรักษาตัวต่อที่บ้าน  ข้าพเจ้าก็ได้แต่หวังว่าอาการของผู้ป่วยจะดีขึ้นในเร็ววัน  แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นจนได้  เช้าของวันที่ 14 พฤศจิกายน 2555 พี่ผู้ช่วยพยาบาลนำใบส่งปรึกษากายภาพบำบัดมาให้ที่แผนก        ดูแล้วเป็นผู้ป่วยที่ถูกส่งตัวกลับจากโรงพยาบาลพุทธชินราช  ด้วยอาการ Aspirate Pneumonia ร่วมกับ       Old CVA เหลือบไปมองชื่อ “เป็นลุงสมศักดิ์นั่นเอง อาการแย่ลงกว่าเดิมอีก”  บ่ายวันนั้นข้าพเจ้าก็ได้ขึ้นไปทำการรักษาฟื้นฟูผู้ป่วย ดูแล้วอาการหนักพอสมควร แขนขาสองข้างอ่อนแรงเกือบสมบูรณ์ ปอดอักเสบร่วมด้วย ข้าพเจ้าคิดในใจ “ลุงจะเดินได้ไหมเนี้ย”   แต่แล้วปาฏิหาริย์ก็มีจริงค่ะ

ในวันที่  25  ธันวาคม  2555    ข้าพเจ้าได้ออกเยี่ยมบ้านกายภาพบำบัดในเขตโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลชาติตระการ ร่วมกับเจ้าหน้าที่รพสต.และ อสม.  บ้านหลังแรกที่ไปเยี่ยมคือ บ้านลุงสมศักดิ์ หลังจากที่ข้าพเจ้าเดินลงรถพร้อมกับเจ้าหน้าที่รพสต. มีเพื่อนบ้านที่อยู่ในระแวกนั้นมาให้การต้อนรับมากมาย(อยากรู้ว่าหมอมาทำไม) เดินเข้าซอยไปก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งยืนหันหลังผิงไฟอยู่กับเพื่อนบ้าน พอชายผู้นั้นหันหน้ามา ข้าพเจ้ารู้สึกตกใจและ ดีใจไปพร้อมๆกัน ลุงสมศักดิ์เดินได้ แถมยังเดินได้เองโดยไม่ใช้เครื่องช่วยเดินเลยด้วย ข้าพเจ้าคิดในใจ “เป็นไปได้ยังไงกัน ระยะเวลาแค่ 1 เดือนกว่าๆ ลุงเดินได้ แถมยังเดินได้ดีอีกด้วย”  ในขณะที่ข้าพเจ้ากำลังยืนนิ่งอยู่นั้น ป้าซึ่งเป็นภรรยาของคุณลุงเดินออกจากข้างในตัวบ้านมาจับมือข้าพเจ้าและบอกว่า “หมอ..ป้าทำตามที่หมอเคยบอกที่โรงพยาบาล บริหารให้ลุงทุกวัน กินยาตามที่หมอสั่งตลอด ไม่มีขาดเลยหมอ”  ป้าพูดพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม และลุงสมศักดิ์ก็พูดขึ้นว่า “ ลงขอบใจหมอทุกๆคนหลายๆที่ช่วยให้ลุงเดินได้อีกครั้ง ขอบใจหลายๆครับหมอ”   ทั้งที่ยังพูดไม่ค่อยจะชัดสักเท่าไหร่  ลุงก็พยายามที่จะพูดด้วยรอยยิ้ม

คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้ป่วยนั้น เป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยยืนยันความสำเร็จในการดูแลผู้ป่วยอย่างเป็นทีมสหวิชาชีพ แต่ถึงมีทุกคนในทีมสหวิชาชีพแล้ว ก็คงยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ผู้ป่วยไม่กลายเป็นผู้พิการได้ ถ้าไม่มีภรรยาและญาติๆ ผู้คอยดูแลเอาใจใส่ผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด ผู้ป่วยจะพิการหรือไม่พิการนั้น ขึ้นอยู่กับทุกคนไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่ง ข้าพเจ้าไม่ใช่ผู้รักษาให้ผู้ป่วยหายขาดจากความพิการ ข้าพเจ้าเป็นเพียง ผู้ชี้ทางให้กับผู้ป่วยเท่านั้น…

 

นางสาวสุพัตรา   ปันใจ

(งานกายภาพบำบัด)

ข้อความนี้ถูกเขียนใน คลังเรื่องเล่า คั่นหน้า ลิงก์ถาวร